บทที่ 2 ท้อง1/1

ในครัว

หลังจากที่หญิงสาวได้จัดการนำที่ตรวจครรภ์เอาไปแอบซ่อนเอาไว้ในลิ้นชักบนห้องเรียบร้อยแล้ว เธอจึงรีบลงมานั่งร่วมโต๊ะกินข้าวกับครอบครัวตามปกติเหมือนในทุกๆ วัน

“แกมัวทำอะไรอยู่เนี่ย รีบมานั่งเร็วเข้า” ผู้เป็นแม่ที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ก่อนแล้ว ได้หันมาบ่นกระปอดกระแปดใส่หญิงสาวตามประสาแม่ลูก

“รู้แล้วค่ะแม่”

“อะนี่ รีบกินเร็วเข้าเดี๋ยวจะเย็นหมดพอดี” ผู้เป็นแม่ตักข้าวสวยพร้อมกับตักไก่ผัดซีอิ๊วใส่ในจานก่อนจะยื่นส่งมาให้กับหญิงสาว เธอจึงไม่รอช้าที่จะเอื้อมมือไปรับจานมาวางไว้ตรงหน้าด้วยแววตาที่เจิดจ้าเป็นประกายวาวราวไข่มุกเต็มไปด้วยความสุขที่จะกินอาหารเมนูโปรด

แต่ทว่าจังหวะที่หญิงสาวกำลังจะตักข้าวในจานเข้าปากเพื่อลิ้มรสชาติอาหารเมนูของโปรดนั้น จู่ๆ ส่วนรับรสกลิ่นกลับเปลี่ยนไปไม่เหมือนในทุกๆ ครั้ง หลังจากที่ได้กลิ่นอาการ ทำให้เธอเกิดอาการพะอืดพะอมคลื่นไส้ขึ้นมาจนต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดบังจมูกทันที

“อ๊วก!”

“ยัยดาเป็นอะไร แกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”

“นั้นสิแกเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้วนะยัยดา พ่อว่าไปหาหมอดีมั้ย”

ทั้งบิดาและมารดาต่างพากันเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่สบายใจเมื่อเห็นท่าทีที่แปลกไปของลูกสาว เพราะพักหลังมานี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมีอาการเช่นกัน ตั้งแต่ก่อนที่จะตรวจรู้ว่าตัวเองนั้นกำลังตั้งครรภ์

แต่คำถามนั้นครั้งนี้กลับทำให้หญิงสาวใจเต้นสั่นระรัว เลือดในกายฉีดพล่าน เม็ดเหงื่อผุดพลายขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกเธอรีบส่ายหน้าโผล่พูดโกหกแก้ต่างออกไปทันที

“ปะ เปล่าค่ะ หนูไม่เป็นอะไร สงสัยคงจะหิวมากไปหน่อย”

“แกแน่ใจนะ” ผู้เป็นพ่อจ้องมองหน้าเธอด้วยแววตาที่เป็นห่วงพลางเอ่ยถามซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“ค่ะพ่อ หนูไม่เป็นอะไรจริงๆ เห็นไหมว่าหนูไม่ได้เป็นอะไร แค่ช่วงนี้หนูพักผ่อนน้อยกินอะไรไม่ค่อยลงก็แค่นั้น”

“ถ้าหิวก็รีบกินซะ รู้อยู่ว่าท้องไส้ตัวเองไม่ดีทีหลังก็หัดกินให้ตรงเวลาบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ตัวเองท้องว่างรู้มั้ย โตจนป่านนี้แล้วยังต้องให้สอนอีก”

“ค่ะแม่” ใบหน้าของหญิงสาวแลดูกระวนกระวายราวกับอยู่บนกองไฟอีกครั้งแต่แสร้งทำเป็นเยือกเย็น เธอรีบพยักตอบรับก่อนจะตักข้าวในจานช้อนเข้าปากทันทีเพื่อให้ผู้แม่และพ่อคลายความกังวลสงสัย

แต่แล้วหลังจากที่หญิงสาวพยายามฝืนช้อนข้าวเข้าปากกินไปได้แค่สองคำ ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกพะอืดพะอมคลื่นไส้มากขึ้น จนทนไม่ไหวอีกต่อไป ต้องรีบลุกออกจากโต๊ะวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำทันที

อากัปกิริยาแปลกๆ ของเธอทำให้ทั้งบิดาและมารดาต่างพากันเงยหน้าขึ้นด้วยความตะลึงลานรีบวางช้อนข้าวเดินตามหลังมาติดๆ เพื่อดูอาการของลูกสาว

“อ้วกก” หญิงสาวโน้มตัวลงก้มอาเจียนอย่างหนักลงในโถชักโครกอย่างไม่สามารถฝืนกลั้นอาการเอาไว้จนใบหน้าเรียวซีด

“เป็นอะไรไปยัยดา อ้วกหนักขนาดนี้แม่ว่าแกต้องไปหาหมอแล้วนะ” ผู้เป็นแม่สีหน้าดูเป็นกังวลเป็นอย่างมากเอ่ยถามพลางยกฝ่ามือขึ้นลูบแผ่นหลังบรรเทาอาการให้กับเธอ

“หนูไม่ไป อ้วก อ้วกก!”

“จะไม่ไปได้ยังไง แล้วจะรู้ไหมว่าแกเป็นอะไรนะ”

“นั่นสิ ไปให้หมอตรวจสักหน่อยดีกว่านะยัยดา” ผู้เป็นพ่อที่อยู่ดูเหตุการณ์อยู่หน้าประตูห้องน้ำได้เอ่ยพูดเสริมขึ้นอย่างเห็นด้วย แต่หญิงสาวกลับเอ่ยปฏิเสธปากสั่นและอาเจียนออกมาต่อเนื่องไม่หยุด จนเธอแทบจะหมดแรงไปตรงนั้น

“หนูไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ อ้วก อ้วกก!” เธอพยายามพยุงร่างอันเหนื่อยล้าหันมาเอ่ยกับพวกเขาทั้งสองเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตก่อนจะหันกลับไปอาเจียนต่อ จนผู้เป็นแม่ที่เห็นลูกสาวยังคงยันไม่ยอมไปหาหมออย่างนั้น ทำให้เขามีสีหน้าที่กลัดกลุ้มไม่น้อยรู้สึกไม่สบายใจเข้าไปใหญ่อย่างทำอะไรไม่ได้

แต่ทว่าจู่ๆ ความคิดหนึ่งที่ไม่อยากจะนึกถึงและไม่อยากให้เกิดขึ้นก็ได้ผุดขึ้นมาในหัว ทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับชะงักนิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงทุ้มแฝงความรู้สึกที่อัดแน่นอย่างใจคอไม่ดีพลางภาวนาอยู่ในใจว่าคงจะคิดมากไปเอง

“ยัยดานี่แกคงไม่ได้...ท้องหรอกใช่ไหม”

“อึก!” ได้ยินคำถามประโยคนั้นจากปากผู้เป็นแม่ หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบอย่างแรงกะทันหัน ใบหน้าเรียวซีดเผือดอาการอาเจียนก็หยุดลงในทันที ร่างบางของเธอเหมือนจะแข็งค้างไปโดยพลันอย่างไม่คิดว่าผู้เป็นแม่จะเกิดความสงสัยขึ้นมาเสียแล้ว

“ว่าไงยัยดา แกตอบแม่มา”

“…”

น้ำเสียงเข้มของผู้เป็นแม่เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง ในบรรยากาศตึงเครียดกะทันหันพานให้ทุกคนหายใจไม่ทั่วท้อง หญิงสาวพูดอะไรไม่ออกได้แต่ยืนนิ่งเงียบพลางมือเรียวได้กำเข้ามากันแน่น

ก่อนที่เธอจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้เป็นแม่อย่างช้าๆ และตัดสินใจที่จะไม่ปิดบังอีกต่อไปเพราะถึงอย่างไรสักวันหนึ่งพวกเขาก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี

“แม่คะ ดาขอโทษ....”

หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงอ่อนทั้งน้ำตาคลอเบ้าอย่างรู้สึกผิด แต่ประโยคนั้นเหมือนปลายมีดที่แหลมคมกรีดลงบนหัวใจของคนฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความผิดหวังพลันถ่าโถมเข้ากลางใจของผู้เป็นแม่และพ่อแทบจะแหลกสลาย จนน้ำตาแห่งความปวดใจไหลทะลักออกมาเหมือนทำนบแตกอย่างไม่คิดเลยว่าลูกสาวคนเดียวของพวกเขาจะทำเรื่องที่น่าอับอายได้ถึงขนาดนี้

“ยัยดาทำไมแกทำกับพ่อกับแม่แบบนี้” ผู้เป็นพ่อพูดออกมาอย่างเจ็บใจทั้งน้ำตา

“พ่อกับแม่ดาขอโทษ...ดาผิดไปแล้ว”

หญิงสาวร้องไห้สะอื้นจนหัวไหล่สั่นพลางยกมือพนมไว้ขอโทษต่อผู้เป็นแม่และพ่อ ที่ทำให้พวกท่านทั้งสองต้องมาผิดหวังและเสียใจเพราะเธออย่างไม่น่าให้อภัย

“นังลูกไม่รักดี รู้ถึงไหนอายถึงนั่น แกทำกับแบบนี้ได้ยังไง!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป